ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
1 ชั่วโมง
1 วัน
1 สัปดาห์
1 เดือน
ตลอดกาล
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าวประกาศ:
ครั้งแรกของ มิตร ชัยบัญชา ตำนานพระเอกตลอดกาลบนจอ
Netflix
‘มนต์รักนักพากย์’
เตรียมออกเดินทางไล่ล่าหาความฝันไปกับรถเร่ขายยาคันนี้ได้ใน
มนต์รักนักพากย์ วันที่ 11 ตุลาคมนี้ พร้อมกันบน Netflix
กว่า 190 ประเทศทั่วโลก
•
กำกับโดย:
นนทรีย์ นิมิบุตร
•
นำแสดงโดย:
ศุกลวัฒน์ คณารศ (รับบท มานิตย์), หนึ่งธิดา โสภณ (รับบท เรืองแข), จิรายุ ละอองมณี (รับบท เก่า), สามารถ พยัคฆ์อรุณ (รับบท ลุงหมาน)
หน้าแรก
เว็บบอร์ด
ช่วยเหลือ
ปฏิทิน
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
เวบบอร์ดสำหรับผู้ชื่นชอบระบบการฉายภาพเคลื่อนไหว
»
ภาพยนตร์ของเรา...การฉายภาพด้วยแผ่นฟิล์ม
»
ชุมทางหนังไทยในอดีต โดย มนัส กิ่งจันทร์
(ผู้ดูแล:
นายเค
,
ฉัตรชัยฟิล์มshop
,
มนัส กิ่งจันทร์
) »
บทที่ 544 เสนอฉาย หนึ่งในโครงการภาพยนตร์ไทยคงเหลือ เหลือแต่รัก (2516 ไพโรจน์-วัน
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
ผู้เขียน
หัวข้อ: บทที่ 544 เสนอฉาย หนึ่งในโครงการภาพยนตร์ไทยคงเหลือ เหลือแต่รัก (2516 ไพโรจน์-วัน (อ่าน 796 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
นายเค
Thaicine Movie Team
Moderator
พี่น้อง thaicine Gold member
กระทู้: 3814
พลังใจที่มี 616
เพศ:
บทที่ 544 เสนอฉาย หนึ่งในโครงการภาพยนตร์ไทยคงเหลือ เหลือแต่รัก (2516 ไพโรจน์-วัน
«
เมื่อ:
25 มิถุนายน 2014, 13:22:26 »
บทที่ 544
ชุมทางหนังไทยในอดีต เสนอฉาย
หนึ่งในโครงการภาพยนตร์ไทยคงเหลือ
เหลือแต่รัก (2516 ไพโรจน์-วันดี-ไท)
โดย มนัส กิ่งจันทร์
(facebook 25 มิถุนายน 2557)
สวัสดีครับทุกท่าน..
วันนี้
โครงการภาพยนตร์คงเหลือ
ขอเสนอฉายหนังจากกรุฟิล์มโรงหนังเฉลิมเอก จังหวัดร้อยเอ็ด รายละเอียดที่มาของฟิล์ม
อ่านได้จากบทที่ 525 เปิดกรุโรงหนังเฉลิมเอก ร้อยเอ็ด ของนายเอี่ยวเซีย แซ่เซีย
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=445509032260406&set=o.156185157894883&type=1&permPage=1
ดูเทปสัมภาษณ์อาจารย์ประนอม แซ่เซีย ลูกสาวนายเอี่ยวเซีย แซ่เซีย เจ้าของโรงหนังเฉลิมเอก
เปิดกรุโรงหนังเฉลิมเอก ร้อยเอ็ด ของนายเอี่ยวเซีย แซ่เซียและประนอม แซ่เซีย
คลิก เปิดกรุโรงหนังเฉลิมเอก ร้อยเอ็ด ของนายเอี่ยวเซีย แซ่เซียและประนอม แซ่เซีย
ส่วนความเป็นมาของโรงหนังเสรี โรงหนังเฉลิมเอก อ่านได้จากบทที่ 535 เปิดตำนานโรงหนังเสรี โรงหนังเฉลิมเอก ร้อยเอ็ด
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=458754570935852&set=o.156185157894883&type=1&permPage=1
สำหรับหนังที่จะฉายในวันนี้นั้นเป็น
หนัง 35 มม.พากย์เสียงในฟิล์ม เรื่อง เหลือแต่รัก นำแสดงโดย ไพโรจน์ ใจสิงห์-วันดี ศรีตรัง-ดวงใจ หทัยกาญจน์-ไท ธรรมราช-วาสนา ชลากร-ประมินทร์-รุจิรา-วิภารัตน์-มารศรี-รมย์ ราชพร-ฑัต นามธวัช-เทพ เทียนชัย-สีหมึก สร้างโดย แสงบัวทองภาพยนตร์ โดย วรรณี คุ้มศรีสกุล เป็นผู้อำนวยการสร้าง.. กำกับการแสดงโดย ประวิทย์ ลีลาไว เข้าฉายครั้งแรกวันที่ 27 กรกฎาคม 2516 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม..
หนังที่
วันดี ศรีตรัง
แสดงนำไว้นั้น มีไม่มากและข้อสำคัญ ณ วันนี้ ก็เหลือมาให้เราได้ดูน้อยจริงๆ เรียกได้ว่า หาหนังดูแทบไม่ได้เลย.. สมัยปี 2516 นั้น
ไพโรจน์ ใจสิงห์
กับ
วันดี ศรีตรัง
เรียกว่า กำลังเป็นพระเอก-นางเอกที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก ความที่ผู้สร้างเห็นว่า
วันดี ศรีตรัง
เกิดมาจากหนังชีวิตรักเรื่อง ชู้.. ก็เลยเน้นสร้างแต่หนังชีวิตให้วันดีแสดง กะว่าจะเรียกคนดูได้ แต่เผอิญโชคร้ายหน่อยเพราะช่วงนั้น กระแสหนังบู๊หรือหนังสนุกแนวอื่นๆ เริ่มแรงขึ้น.. ก็อย่างที่ผมบอกไว้เสมอว่า คนดูหนังโรงจะมีไม่มากเท่าคนดูหนังกลางแปลง แล้วหนังชีวิตถ้าไม่แรงจริงๆ จากกรุงเทพฯ ก็แทบจะขายไปยังจอหนังกลางแปลงไม่ได้เลย.. อย่างมากที่ซื้อๆ ไว้ก็กะเอาไว้เป็นหนังแถมเจ้าภาพให้ฉายได้โต้รุ่งเท่านั้น
เหลือแต่รัก..
เรื่องนี้นั้น ดูภาพรวมๆ แล้ว เนื้อหาก็หนักและเข้มข้นดีครับ เพียงแต่หนังไม่ติดกระแสเท่านั้น.. แรกๆ ผมก็รู้แต่ว่า เป็นหนังที่
วันดี ศรีตรัง
แสดงและหาดูไม่ได้ ก็เลยพยายามตามหาเรื่องย่อมาอ่าน.. ตามหาใบปิดหนังมาดูแทน..แล้วก็ขึ้นบัญชีไว้ว่า เป็นหนังที่สูญพันธุ์ไปแล้ว.. แรกๆ ที่พวกเราไปเปิดกรุโรงหนังเฉลิมเอก พอประเมินได้ว่า จะเป็นฟิล์มที่อยู่ในช่วงปี 2514-2524 ก็ไม่นึกว่า จะมีหนังเรื่องนี้อยู่ด้วยเพราะดูจากชื่อที่เขียนไว้ข้างกระเป๋า ก็ไม่มีชื่อเรื่องนี้ แต่เพราะยังมีฟิล์มที่กองๆ ไว้บนชั้น ไม่มีกระเป๋าอีกหลายสิบม้วนกองอยู่ พวกเราก็เลยนำมาฉายหาชื่อเรื่องและก็พบว่า มีอยู่ 2 ม้วนที่เป็นหนังเรื่องนี้.. ซึ่ง
เป็นหนัง 2 ม้วนสุดท้ายของเรื่อง เหลือแต่รัก..
หนัง 2 ม้วนของเรื่อง
เหลือแต่รัก
นั้น มีบางส่วนโดนความชื้น ภาพจึงลอกๆ บ้าง ฉายรวมกันแล้วได้เกือบ 40 นาที.. วันนี้ ก็เลยตัดต่อๆ มาฝากและต่อจากนี้ไปก็คือ ส่วนหนึ่งของหนังจากกรุฟิล์มโรงหนังเฉลิมเอก ร้อยเอ็ด ซึ่งเราจะได้ดูพร้อมๆ กัน.. ก่อนชมโปรดอย่าลืมว่า อดีตของหนังไทย..ไม่มีวันตาย หากวันนี้ เราช่วยกันเก็บภาพจากฟิล์มไว้ก่อน ร่วมแรง ร่วมใจ ช่วยหนังไทยจากกากฟิล์ม..
หนึ่งในโครงการภาพยนตร์ไทยคงเหลือ เหลือแต่รัก (2516 ไพโรจน์-วันดี) รีมาสเตอร์กากฟิล์ม
คลิก หนึ่งในโครงการภาพยนตร์ไทยคงเหลือ เหลือแต่รัก (2516 ไพโรจน์-วันดี) รีมาสเตอร์กากฟิล์ม
…….
เวลาเป็นหนังนอกสายตาในอดีต.. พอมาถึง วันนี้ แม้เวลาจะผ่านมานานเป็นสิบๆ ปีแล้ว ก็ยังคงเป็นหนังนอกสายตาอีก นี่แหละครับ ผมถึงคิดว่า ข้อมูลประวัติศาสตร์หนังไทยของเรายังอ่อนด้อยอยู่ หนังที่ถูกพูดถึง ก็จะถูกพูดถึงเรื่อยๆ แต่หนังที่ยังไม่เคยถูกพูดถึง ก็จะยังคงไม่ถูกพูดถึงเรื่อยๆ เช่นกัน.. สมัยปี 2516 นั้น เหลือแต่รัก ฉายเพียงโรงเดียวคือ โคลีเซี่ยม ก่อนที่จะออกโรงหนังชานเมืองและต่างจังหวัดครับ..
สมัยหนัง มนต์รักลูกทุ่ง นั้น
ค่าตั๋วสูงสุดน่าจะอยู่ที่ 20 บาท
นะครับ ส่วนโรงหนังต่างจังหวัดก็น่าจะอยู่ที่ 10 บาทลงมาครับ...ตามปกติราคาตั๋วหนัง จะต้องไปดูที่หน้าโรงจึงจะรู้ว่า โรงไหนเก็บค่าตั๋วกี่บาท.. เฉพาะแต่เมื่อเปิดฉายรอบปฐมทัศน์และมีรายการพิเศษต่างๆ เขาถึงจะโฆษณาว่า วันนี้ค่าตั๋วราคาเท่าไร
ภาพนี้ปี 2505
ครับ หนังเรื่องแรกของเพชรา เชาวราษฎร์ ดูว่าค่าตั๋วเท่าไหร่..
ดูโฆษณาว่า โรงไหนฉายเรื่องอะไรบ้าง
นี่ก็รอบปฐมทัศน์ปี 2513 ครับ มีราคาตั๋วบอกด้วย..
นี่ก็เช่นกัน
ยุคหนัง 16 มม.
รอบปฐมทัศน์จะมีรายการพิเศษ ราคาตั๋วทั้งโรงก็จะเป็นราคาเดียวกัน พอรอบปกติ ก็จะแบ่งเป็นชั้นๆ ไป
ตั๋วหนังหลายโรงในกรุงเทพฯ
ดูราคาเองนะครับว่า กี่บาทบ้าง
ตั๋วเด็ก ตั๋วผู้ใหญ่
ไม่ค่อยแน่ใจครับ แต่ถ้าเป็นหนังล้อมผ้า จึงจะมีราคาสำหรับเด็กครับ หนังโรงนั้นถ้าเป็นเด็กๆ ก็ซื้อใบเดียว เข้าดูได้สองคนครับ อันนี้คือ โรงหนังแถวบ้านผมนะครับ
Sitha Yoothong
มีครับ คุณSupat Chaiyakul โรงหนังแถวบ้านผม แยกเป็นตั๋วเด็ก ตั๋วผู้ใหญ่ แต่เป็นชั้นหน้าสุดใกล้กับเวทีที่ยกสูงที่จอหนังตั้งอยู่ครับ ราคาตั๋วผู้ใหญ่ 3 บาทตั๋วเด็ก 2 บาท ตอนเด็กๆผมเคยไปแย่งเขาซื้อ เพราะเป็นชั้นที่ราคาถูกที่สุดจึงมีคนไปรอซื้อที่หน้าห้องขายตั๋วที่ชั้นนี้กันมาก ก่อนคนขายตั๋วจะเปฺิดขายตั๋วเสียอีก พอได้ตั๋วก็ต้องรีบเข้าไปในโรงหนังเพื่อจองที่นั่งที่เหมาะกับสายตาที่สุด โดยผ่านประตูทางเข้าที่มีคนฉีกตั๋วรออยู่ให้เขาฉีกตั๋วก่อนครึ่งหนึ่งเขาจะส่งคืนให้เรา อีกครึ่งหนึ่งเขาจะใส่ในตู้ไม้คล้ายๆตู้รับบริจาคเงินตามวัดแต่ใหญ่กว่า(เป็นการทำลายตั๋วไม่ให้เอากลับมาใช้ได้อีก) ต่อมามีการตีเส้นสีขาวกำหนดความสูงของเด็กที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อตั๋วที่ประตูทางเข้า เด็กบางคนสูงพอๆกับผู้ใหญ่ คนเก็บตั๋วที่เฮี๊ยบๆหน่อยจะไม่ยอมให้เข้าถ้าตีตั๋วเด็ก แต่จะให้ไปเปลี่ยนเป็นซื้อตั๋วผู้ใหญ่ เด็กรุ่นๆบางคนจึงต้องไปเปลี่ยนเป็นตั๋วผู้ใหญ่ที่ห้องขายตั๋วโดยเพิ่มเงินอีก 1 บาท คนขายซึ่งเป็นเจ้าของโรงหนังเองด้วยก็จะเปลี่ยนตั๋วให้ จึงจะเข้าไปได้ และ เพราะชั้นนี้ไม่มีเลขที่กำกับ ใครมาก่อนจะได้ที่นั่งก่อน จึงต้องแย่งกัน จำความรู้สึกนี้ได้ดีเพราะได้เหงื่อทุกครั้งตอนไปเบียดเสียดกับคนอื่นทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ที่รอแย่งกันซื้อตั๋วไม่มีการเข้าคิว ช่องขายตั๋วก็เล็ก มือที่ยื่นเงินของคนที่อยู่หน้าห้องขายตั๋วเข้าไปในช่องแค่ไม่กี่มือก็เต็มช่องแล้ว พอซื้อตั๋วได้ก็ต้องพยายามดันตัวเองออกมาจากกลุ่มคนที่ยังซื้อตั๋วไม่ได้และเบียดเข้าไปจะซื้อตั๋ว กว่าจะออกมาได้ก็เรียกเหงื่อได้พอสมควร เหตูการณ์จะเกิดอยู่เสมอสำหรับหนังที่เข้าฉายวันแรกรอบแรก ถ้าเป็นหนังดังที่เป็นที่สนใจของผู้ชมมากๆ ก็จะมีเหตูการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเกือบทุกวัน ทุกรอบ เมื่อก่อนพาหนะที่คนดูส่วนมากใช้เดินทางไปดูหนังที่โรงหนังคือจักรยาน ทางโรงหนังมีบริการรับฝากจักรยานให้ด้วย หนังดังๆจะมีจักรยานมาฝากจำนวนมาก เพื่อจะได้โอกาสได้ดูหนังฟรีในบางครั้งผมเคยไปช่วยเขาจูงเอาจักรยานไปจอดเรียง พอหนังฉายไปสักพักคนมาฝากจักรยานกันน้อยลง ก็จะได้เข้าไปดูหนังโดยคนที่รับฝากจักรยานจะไปพาเข้าไป(มีเด็กๆที่อยากดูหนังหลายคนที่ทำแบบนี้เหมือนผม)
คุณ Sanan Supawatsiri เรื่องอดีตของหนังและสิ่งเกี่ยวเนื่องยังมีอีกมากครับ คุยกันได้ไม่เบื่อครับ.. ส่วนหนังสรพงศ์เรื่อง มันมากับความมืด-เขาชื่อกานต์ นั้นเคยออกวีซีดี-ดีวีดีของแมงป่องนานแล้วครับ แต่ แหวนทองเหลืองนั้น ยังไม่เคยออกครับ ผมเคยเขียนถึงและโพสไว้แล้วครับ อ่านเรื่องและดูหนังได้จาก บทที่ 173 หนึ่งในโครงการภาพยนตร์ไทยคงเหลือแหวนทองเหลือง (2516 ไชยา-นัยนา)
คลิ๊กดู.. บทที่ 173 หนึ่งในโครงการภาพยนตร์ไทยคงเหลือแหวนทองเหลือง (2516 ไชยา-นัยนา)
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=266266593517985&set=o.156185157894883&type=1&theater
Supat Chaiyakul
ขอบคุณครับพี่ อยากซื้อเรื่องแผลเก่า เก็บไว้แต่ตอนนี้หายาก ส่วนมันมากับความมืดเดี๋ยวนี้ก็หาไม่ได้แล้วครับ เมื่อไม่นานนี้มีคนเอาเรื่องกระสือ มาให้โหลดก็เลยโหลดเก็บไว้ เรื่องนี้เคยชอบมานานแล้ว เคยนั่งคุยถึงหนังเรื่องนี้กับเฮียเต็ก แปซิฟิคไอร์แลนด์ ที่สร้างบ้านผีปอบว่าน่าเอากลับมาสร้างใหม่นะ แต่ต้องทำให้น่ากลัว
แผลเก่า
ยังไม่มีใครทำแผ่นลิขสิทธิ์ออกจำหน่ายครับ..
Atit Aree
หนังเรื่อง
"แผลเก่า"
ตอนอยู่ที่ทำงานเก่านั้น ได้เป็นประจักษ์พยานในการเทเลซีนด้วย ทั้งๆ ที่ทราบดีว่าคงไม่มีโอกาสได้เห็น หรือจับจองในรูปแบบสื่อวิดีทัศน์แน่นอน
(ภาพนี้เป็นภาพที่ผมได้มา ซึ่งจะโพสต์เล่าต่อจากนี้ไป)
Atit Aree
นอกจากนี้ก็ขอแจ้งข่าวเกียวกับกรุหนังที่ผมเคยทำงานตอนนั้น เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อกลางเดือนที่แล้ว ผมได้ไปที่งานที่จัดรูปแบบย้อนยุคที่นครสวรรค์ และมีมุมหนึ่งเป็นการฉายภาพยนตร์ด้วยโปรเจคเตอร์ วันนั้นกำหนดโปรแกรมฉายเรื่อง
"จอมใจจักรพรรดิ์" กับ "มนต์รักลูกทุ่ง"
รุ่นมิตร เพชรา ระหว่างนั้นก็ไปเห็น List รายชื่อหนังของเขาที่จัดทำขึ้น ปรากฏว่า ใน List ดังกล่าวเป็นรายชื่อหนังที่ตรงกับที่งานเดิมครับ
จังหวะนั้นมีลูกน้องคนหนึ่งที่เป็นทีมงานของเขามาขอ List หนังที่ผมกำลังอ่านอยู่นั้น พร้อมกับบอกว่าหนังเหล่านี้ได้ทางเจ้าของเค้าบริจาคมา รวมกับที่เขาดำเนินการอยู่ก่อนแล้ว จากการพูดคุยกันจึงทราบว่าเป็นกลุ่มคนที่เคยทำงานในส่วนของการ
Post Production
ประเภทหนังเก่ามาก่อน จึงมีความชำนาญและมีประสบการณ์ คราวนี้นอกจากจะมีฟิล์มหนังเก่าที่มีผู้บริจาคอยู่ก่อนแล้ว ยังมีกรุหนังจากที่ทำงานรวมเข้าไปด้วย ส่วนการดำเนินการนั้นเค้าไม่บอกครับ บอกแต่เพียงว่าหนังที่ดำเนินการแล้ว นอกจากจะภาพจะคมชัดขึ้น สีสันถูกต้องตามต้นฉบับ แม้แต่ริ้วรอยของความเป็น film look ก็จะยังคงไว้ แต่ถ้ามันมากเกินก็คงจำเป็นต้องลบออก และยังบอกต่ออีกว่าที่คุณมนัสกับคณะทำน่ะ ห่างชั้นกันเยอะ สีก็เพี้ยน (แสดงว่าทางนั้นคงติดตามดูอยู่เหมือนกัน)
SS "จอมใจจักรพรรดิ์" ที่ดึงไฟล์จาก notebook ของเขา เพื่อมอบให้ผมนั้น (รวมทั้ง "แผลเก่า" ด้วย // ปกติเค้าจะไม่ให้ เพราะเป็นความลับของเค้า) เป็นฟิล์ม 35 ม.ม. ภาพแบบจอทีวี 4:3 เป็นเสียงจีน มีซับอังกฤษ-จีน ภาพซ้ายคือจากฟิล์มเดิมที่ออกเป็นสีแดง ส่วนภาพขวาคือหลังจากดำเนินการแล้ว ลองเปรียบเทียบดู ตอนฉายจริงภาพสีสวยเป็นธรรมชาติ
ที่เซอร์ไพรส์กลายเป็นเรื่อง "มนต์รักลูกทุ่ง" ตอนแรกคิดว่าน่าจะเหมือนกับในแผ่น และเคยชมจากการฉายกลางแปลง แต่ผิดคาด ลูกน้องของทีมงานบอกว่าเป็นฟิล์มที่หนังกลางแปลงแถวอีสานสั่งปรินต์เพิ่มตอนปี พ.ศ. 2515 และก็ได้ฉายเพียงไม่กี่ครั้งก็เลิกไป ก่อนที่เจ้าของฟิล์มเค้านำมาบริจาค สภาพฟิล์มก็เป็นสีแดงแล้ว และไม่มีกลิ่นเปรี้ยวเลย ตอนที่เห็นตัวหนังนั้น สมบูรณ์มาก มีเส้นฝนนิดหน่อย และไร้รอยต่อ ก็เลยดำเนินการและภาพที่ออกมาก็เหมือน "จอมใจจักรพรรดิ์" ครับ ที่สำคัญยังได้ฟังเสียงจากฟิล์มของเดิม ซึ่งชัดเจน ไม่มีโกรกกราก (สแครทช์) และยังบอกอีกว่า ยังมี "อินทรีทอง" ที่กำลังดำเนินการอยู่ สภาพฟิล์มก็เหมือนกับ "มนต์รักลูกทุ่ง" ครับ
ถามเรื่องการฉาย เค้าบอกว่านี่เป็นครั้งแรก คือ ทางเจ้าของเค้าไม่อยากจะมาหรอกครับ แล้วก็เอ่ยถึง group นี้ในแง่ลบด้วย (ลูกน้องในทีมงานไม่รู้หรอกว่าผมน่ะติดตาม group นี้อยู่ และไม่รู้ว่าผมเคยทำงานซึ่งมีรายชื่อหนังเหล่านี้) ผมก็ได้แต่ฟังอย่างเดียว ก่อนที่จะนั่งชมหนัง 2 เรื่องอย่างสบายใจ
พอหนังจบ ทางทีมงานก็เก็บข้าวของเดินทางกลับ ซึ่งไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ระหว่างที่เดินออกจากงาน ก็พบคุณอนุกูลกำลังเดินชมบอร์ดนิทรรศการครับ แต่ไม่กล้าทัก
ครับ อ่านเรื่องที่
คุณ Atit Aree
เล่าให้ฟังมาแล้วข้างต้น ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีและดีใจแทนหนังไทยเก่าๆ เพราะอย่างน้อยๆ ก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้ลงมือทำหนังเก่าๆ เก็บไว้บ้าง แม้จะยังไม่เปิดเผยตัวในโลกของอินเตอร์เน็ตให้คนทั่วๆไปได้รู้จัก ได้ร่วมยินดีก็ตาม แต่คิดว่า หากกระแสตอบรับดี ก็คงได้เจอะเจอกันบ้างนะครับ อย่างน้อยๆ เรามันก็คนคอเดียวกัน อาจจะแตกต่างกันบ้างก็เป็นเพียงวิธีการนำเสนองาน.. เรื่องการออกตามหากากฟิล์มหนังไทยเก่าๆ นั้น คิดไปก็แล้ว ก็ต้องบอกว่า แต่วาสนาครับ วาสนาของคนหาได้กับวาสนาของหนังที่ยังเหลืออยู่..ดูๆ แล้วมันจะต้องสมพงษ์กันจริงๆ หนังจึงจะได้ออกมาเผยแพร่ให้เราได้ดูกัน..
มีคนชอบพูดว่า ของที่อยากให้มีค่ามากๆ ก็ต้องให้หาให้ได้ยากมากๆ ด้วย จึงจะมีค่า..ซึ่งข้อนี้ ถ้านำมาใช้กับการตามหาหนังไทยเก่าๆ แล้ว ผมว่า ยิ่งจะทำให้หนังไทยเก่าๆ นั้นสูญค่าไปในตัวครับเพราะตามหลักคิดของคนสมัยใหม่แล้ว อยากได้อะไร ก็ต้องได้ ถ้าหาแล้วไม่ได้ ก็จะไม่พยายามหา แล้วก็จะพากันลืมของเหล่านั้นไปในที่สุด..เรื่องราวของหนังไทยเก่าๆ ก็เช่นกัน ผมเห็นว่า ยิ่งหาดูได้ยาก ก็ยิ่งฆ่าหนังไทยไปทุกที..นั่นแหละครับเป็นที่มาของการนำเรื่องราวของหนังไทยเก่าๆ มาเขียนมาโพสในโลกออนไลน์แบบทุุกวันนี้ครับ.. ห้วงรักเหวลึก ที่คุณพูดถึงนั้น ผมเคยเห็นฉายจากรายการของหมอซ้งทางช่อง 9 นานแล้วครับ คิดว่าอาจจะีมีเพื่อนอัดเทปไว้ ส่วน ความรักครั้งสุดท้าย รุ่นแรก นั้น ก็เคยเป็นเทปวีดีโอให้เช่านานแล้ว ผมก็ขอเขาไว้ม้วนหนึ่งตอนที่เขาจะลบเทปทิ้ง..ครับ ก็เรียกว่า หาได้ยากจริงๆ ครับ
Regis Madec
ขอบคุณครับสำหรับหนังเก่าเหลือแต่รัก (2516 ไพโรจน์-วันดี-ไท). เกือบ40 ปีแล้วครับ. ดีใจที่ได้เห็นนางเอกวันดีครับ. หนังกับวันดีหายากครับ. พ่อชื่อไทใช่ไหมครับ? เขาเล่นหนังดีเหมือนกันครับ. ในหนังแม่อายสะอื้นลูกสาวทำให้พ่อตายแต่ในหนังเหลือแต่รักพ่อทำให้ลูกสาวตายครับ. ชอบหนังชีวิตครับ. ขอบคุณครับคุณ Atit Aree ที่เล่าให้ฟังว่ายังมีหนังเก่า จอมใจจักรพรรดิ์, แผลเก่า, มนต์รักลูกทุ่ง, อินทรีทอง กับภาพสวยครับ
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 กรกฎาคม 2014, 21:18:07 โดย นายเค
»
บันทึกการเข้า
สรพงษ์ ลิ้มทองคำ
5 หมู่ 7 ต.คลองตาคต อ.โพธาราม ราชบุรี 70120 E-Mail
soraphol@hotmail.com
ธ.กรุงเทพ ออมทรัพย์ สาขา อาคารยาคูลท์ สนามเป้า หมายเลขบัญชี 210-036236-3
ธ.ไทยพาณิชย์ ออมทรัพย์ สาขา บางเขน หมายเลขบัญชี 041-273435-0
ติดต่อ 0909040355
ชมรมรักหนังกางแปลง โพธาราม ราชบุรี เรามาคุยกันได
พิมพ์
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
เวบบอร์ดสำหรับผู้ชื่นชอบระบบการฉายภาพเคลื่อนไหว
»
ภาพยนตร์ของเรา...การฉายภาพด้วยแผ่นฟิล์ม
»
ชุมทางหนังไทยในอดีต โดย มนัส กิ่งจันทร์
(ผู้ดูแล:
นายเค
,
ฉัตรชัยฟิล์มshop
,
มนัส กิ่งจันทร์
) »
บทที่ 544 เสนอฉาย หนึ่งในโครงการภาพยนตร์ไทยคงเหลือ เหลือแต่รัก (2516 ไพโรจน์-วัน